‘ชยาวุธ’ ผู้ว่าฯราชบุรี จังหวัดแรก มอบเงินให้รายละ 2พันบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากผลกระทบ โดยสถานการณ์ได้บานปลายขยายวงกว้าง ทำไห้รัฐบาลต้องประกาศมาตรการเคอร์ฟิว เพื่อที่จะหยุดยับยั้ง โดยทางจังหวัดราชบุรี ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขโรคดังกล่าว จ.ราชบุรี ได้มีการออกคำสั่งประกาศจังหวัดจำนวน 5 ฉบับ สั่งปิด และ ปิดชั่วคราว ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม 2563 ไปจนถึงวันที่ 30 เมษายน ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบในทุกกลุ่มอาชีพ รวมไปถึงประชาชนทั่วไป

นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ได้เล็งเห็นถึงผลกระทบของประชาชนได้จัดหางบประมาณ เท่าที่มีอยู่ กว่า 3 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบพัฒนาจังหวัดราชบุรี ปี 2563 ในโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ จัดหาถุงยังชีพ ที่เป็นสิ่งของเพื่อในการประทังชีวิต ข้าวสาร อาหารแห้ง

และเงินสงเคราะห์โดยเหล่ากาชาดราชบุรี จำนวน 1,500 ราย วงเงิน 3 ล้านบาท ซึ่งเป็น งบของเหล่ากาชาดจังหวัดราชบุรี ปี 2563 เป็นโครงการมอบเงินสงเคราะห์รายละ 2,000 บาท ที่เป็นไปตามเกณฑ์ของเหล่ากาชาดฯ นอกจากนี้ยังเป็นเงินบริจาค

จากองค์กรการกุศลอื่นๆ ที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการฯ กับจังหวัดราชบุรี และเหล่ากาชาดฯ ซึ่งโครงการนี้ไม่เกี่ยวกับโครงการของทางรัฐบาล 5,000 บาท เป็นคนละส่วนกัน ท่านสามารถลงทะเบียนขอรับสิทธิ์ได้ทั้ง 2 โครงการ

นายประกอบ วงศ์มณีรุ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการ ดังกล่าว เปิดเผยว่า มาตรการการเยียวยาที่ทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้จัดทำขึ้น เพื่อที่จะให้ความช่วยเหลือเยียวยากับผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากประกาศคำสั่งของจังหวัดราชบุรีทั้ง 5 ฉบับ ในสถานการณ์ครั้งนี้

และผู้ที่มีรายได้น้อยและได้รับผลกระทบ ขายของไม่ได้ ตกงาน ถูกเลิกจ้าง และได้รับผลกระทบจากประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งได้เริ่มเปิดให้ประชาชนชาวจังหวัดราชบุรีทีได้รับผลกระทบจริงๆ โดยมีเงื่อนไขว่าผู้มีสิทธิ์ที่จะสามารถลงทะเบียนได้ จะต้องเป็นลูกจ้าง ประกอบอาชีพอิสระ

สถานประกอบการที่ถูกสั่งปิดตามคำสั่งจังหวัดราชบุรี ฉบับที่ 1-5 เป็นผู้มีรายได้น้อย เป็นผู้ประกันตน ตาม ม.39/ ม.40 แต่ต้องไม่เป็นแรงงานที่อยู่ในระบบประกันสังคม ตาม ม.33 ทั้งนี้ต้องมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดราชบุรีและในจังหวัดอื่น

มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตจังหวัดอื่นแต่ทำงานและอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี จึงจะมีสิทธิ์ลงทะเบียน โดยที่ทางจังหวัดราชบุรีขอสงวนสิทธิ์ในการช่วยเหลือผู้ที่ทำงานและอาศัยอยู่ ณ จังหวัดราชบุรีเท่านั้น และประกอบอาชีพในจังหวัดราชบุรี ถึงจะมีสิทธิ์

นายประกอบ กล่าวอีกว่า ส่วนการลงทะเบียนขอรับการเยียวยา จะให้ลงทะเบียนผ่านแบบฟอร์มระบบการลงทะเบียนทางออนไลน์ของ จ.ราชบุรี ซึ่งผู้ลงทะเบียนจะต้องกรอกข้อมูลทั้งหมด 25 ข้อ เมื่อลงทะเบียนถึงขั้นตอนที่ระบบขึ้นข้อความว่า “ระบบได้รับข้อมูลการลงทะเบียนของท่านเรียบร้อยแล้ว”

ให้กดส่งถือว่าลงทะเบียนสำเร็จ ไม่ต้องดำเนินการลงทะเบียนซ้ำ เมื่อครบกำหนดวันที่ 15 เมษายน 2563 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการลงทะเบียน หลังจากนั้นคณะกรรมการจะทำการตรวจสอบคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์ลงทะเบียนโดยส่งรายชื่อไปยังสำนักงานประกันสังคม เพื่อคัดผู้ที่ทำประกันตนตามมาตรา 33 ไว้

หลังจากตัดสิทธิ์เสร็จจะนำรายชื่อผู้ที่ผ่านเกณฑ์ ไปคัดแยกให้ตรงตามประเภท และส่งไปยังพื้นที่มีชื่ออยู่ตามทะเบียนบ้านหรือสถานที่ระบุในการสมัคร โดยจะขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาเยียวยาผู้เดือดร้อนตามความจำเป็น วิธีที่ 1 เป็นการลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์

หรือ คิวอาร์โค้ด วิธีที่ 2 ผู้ขอลงทะเบียนสามารถเข้าไปขอรับคำแนะนำและกรอกข้อมูล ได้ที่ ที่ว่าการอำเภอทุกแห่งที่อยู่ใกล้บ้านของท่าน หรือ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดราชบุรี ศาลากลางจังหวัดราชบุรี ชั้น 2, เทศบาลเมืองทุกแห่ง, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ซึ่งจะต้องกรอกข้อมูลที่เป็นความจริง จากคำสั่งที่ได้รับผลกระทบคือการปิดสถานประกอบการ ลูกจ้าง ผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระต่างๆ ผู้มีรายได้น้อย

ล่าสุดจากการตรวจสอบผู้ที่มาลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 09.00 น. ของวันที่ 5 – 7 เมษายน เวลา 09.00 น. พบว่ามีประชาชนแห่กันมาลงทะเบียนเพื่อขอรับการเยียวยาจากจังหวัดราชบุรีแล้วกว่า 78,633 ราย ซึ่งคาดว่าหากครบกำหนดการลงทะเบียนในวันที่ 15 เมษายน 2563 จะมีผู้มาลงทะเบียนมากกว่า 150,000 ราย

เมื่อคณะกรรมการเราพิจารณากลั่นกรองแล้ว จะทำการให้ความช่วยเหลือเยียวยา แบ่งเป็นกลุ่ม แรกจะได้รับเป็นถุงยังชีพ มูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,000 และอีกส่วนจะเป็นการสงเคราะห์โดยเหล่ากาชาด จ.ราชบุรี รายละ 2,000 บาท อีกประมาณ 1,500 ราย ประมาณ 3 ล้านบาท หลังจากข้อมูลให้ครบถ้วนถ้าผ่านเกณฑ์จะโอนเงินผ่านระบบบัญชีทันที ส่วนถุงยังชีพจะจ่ายผ่านทางอำเภอเพื่อนำไปมอบให้ผู้ที่ได้รับสิทธ์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

ทั้งนี้นายประกอบ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับองค์กรใด ภาคเอกชน หรือ ผู้ที่มีกำลังทรัพย์ สามารถร่วมให้การช่วยเหลือได้ โดยท่านสามารถจัดเตรียมเป็นกองทุน หรือ เป็นถุงยังชีพ สามารถแจ้งความประสงค์เข้ามาได้ ทางศูนย์ฯ ให้ความช่วยเหลือจะจัดบุคคลตามที่ผ่านเกณฑ์การลงทะเบียนไปให้ท่านได้มอบกับมือ หรือ บริษัทของท่านได้โดยตรง เพราะครั้งนี้เป็นการร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อเยียวยาช่วยเหลือประชาชนชาวราชบุรีของเรา

อย่างไรก็ดีประชากรของจังหวัดราชบุรีมีอยู่จำนวนมาก งบประมาณที่ตั้งนั้นมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ เราอยากให้ผู้ที่มีรายได้น้อยก่อน ผู้ที่เดือดร้อนจริงๆ ก่อน ส่วนผู้ประกันตนเราขอสงวนไว้ เนื่องจากมีกองทุนของประกันสังคมช่วยเหลือท่านอยู่ สำหรับวันเวลาการเริ่มลงทะเบียน 7-15 เม.ย.นี้ คาดว่าจะโอนเงินเยียวยาชุดแรกได้ในวันที่ 20 เม.ย.63 เป็นต้นไป