อาชีพใหม่ ‘นักดมหล่อไม้ดอง’

อาชีพใหม่ ‘นักดมหล่อไม้ดอง’

“หลัวซือเฝิ่น” สร้างความฮือฮาบนโซเชียลมีเดียของจีน แม้จะมีกลิ่นฉุนจนหลายคนต้องย่นจมูก แต่ยอดจำหน่ายของหลัวซือเฝิ่นยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยให้ชาวบ้าน

เอาชนะความยากจน แต่ยังทำให้เกิดอาชีพใหม่ขึ้นมา นั่นก็คืออาชีพ “นักดมหน่อไม้ดอง” หรือ “นักประเมินกลิ่น” หลัวซือเฝิ่นหรือก๋วยเตี๋ยวหอยขม เป็นอาหารขึ้นชื่อจากเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทาง

ตอนใต้ของจีน เป็นการผสมผสานวัตถุดิบของชาวฮั่นและกลุ่มชาติพันธุ์เหมียวและต้ง มีส่วนผสมของหน่อไม้ดอง หัวผักกาดแห้ง ผักสด และถั่ว ที่คลุกเคล้าในน้ำซุปหอยขม

งานหลักของนักประเมินกลิ่นคือการดมกลิ่นและแยกระดับความแก่-อ่อน รวมไปถึงคุณภาพของหน่อไม้ดองซึ่งเป็นส่วนประกอบที่ขาดไม่ได้ในอาหารชนิดนี้ หลี่หย่งกั๋ว อดีตชาวนา

วัย 41 ปีจากเมืองป่ายเซ่อ เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน ทำหน้าที่เป็นหนึ่งในนักประเมินกลิ่น ผู้รับรายเดือนสูงถึง 500,000 หยวนต่อปี (ประมาณ 2,300,000 บ.)

หลี่เริ่มต้นจากการเป็นเกษตรกรเพาะหน่อไม้ตั้งแต่ปี 2005 ต่อมาในปี 2008 เขาเดินทางมายังเมืองหลิ่วโจวเพื่อเริ่มต้นกิจการเกี่ยวกับหน่อไม้ดอง โดยส่งหน่อไม้ที่เพาะในบ้านเกิดของ

เขาให้กับโรงงานผลิตหลัวซือเฝิ่นด้วยประสบการณ์ในการเพาะและดองหน่อไม้มามากกว่า 10 ปี ทำให้หลี่มีความสามารถพิเศษคือ “จมูกไว” เนื่องจากเขาสามารถประเมินความสุก

และคุณภาพของหน่อไม้ดองได้อย่างง่ายดายเพียงแค่ดมกลิ่น ด้วยความสามารถที่ไม่เหมือนใคร ในเดือนกรกฎาคมปี 2020 หลี่จึงถูกว่าจ้างโดยกิจการผลิตหลัวซือเฝิ่นแห่งหนึ่งใน

เมืองหลิ่วโจว ในตำแหน่ง ‘นักประเมินกลิ่น’ บางคนตั้งฉายาให้เขาว่า “ผู้พิทักษ์จิตวิญญาณหลัวซือเฝิ่น” “ตอนนี้ผมไม่มีผู้ช่วยเลยครับ” หลี่กล่าว เขาเล่าว่าประสบการณ์นั้น

เป็นเรื่องที่ “น่าหวงแหน” และไม่มีทฤษฎีตายตัวที่จะสามารถแบ่งปันให้ผู้อื่นได้ หลี่คิดว่าตัวเขาเองใช้เวลานานในการสั่งสมประสบการณ์ ลองผิดลองถูก เพื่อฝึกฝนทักษะนี้

เนื่องจากหลี่ที่ต้องใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่กับหน่อไม้ดองตลอดทั้งปี ส่งผลให้ในบางครั้งตัวเขามักจะส่งกลิ่นเหม็นออกมา ซึ่งครอบครัวของเขาก็รู้สึกไม่พึงพอใจเท่าไรนัก แม้แต่บุตรของเขา

ก็ยังลังเลที่จะเล่นกับเขา เพราะไม่ชอบกลิ่นหน่อไม้ดองจากตัวพ่อ ด้วยเหตุนี้ บางครั้งหลี่รู้สึกอยากจะหันหลังให้กับอาชีพนี้ แต่อย่างไรก็ตาม หลี่คิดว่าหลัวซือเฝิ่นเป็นหนึ่งในอาหาร

ที่ยอดเยี่ยมที่สุดของจีน และเขาตัดสินใจว่า “จะทำหน้าที่นี้ของตนต่อไป” นอกจากนี้หลัวซือเฝิ่น หรือ บะหมี่หอยหวาน เป็นกิจการที่สามารถทำรายรับให้จีนถึงปีละ 7 พัน ลบ.

โดยเมื่อวันที่ 28 พ.ค. ปีที่ผ่านมา ประเทศจีนเพิ่งทำการเปิดตัววิทยาลัยอุตสาหกรรมบะหมี่หอยหวานแห่งแรกของประเทศ โดยเป็นการเปิดสอนในระดับอาชีวศึกษาและด้านเทคนิค

การผลิตโดยเฉพาะ โดยมีการวางแผนจะเปิดรับนักศึกษารุ่นแรงจำนวน 500 คน นอกจากนี้วิทยาลัยดังกล่าวจะทำการเพิ่มหลักสูตรและสื่อการสอนที่เป็นสูตรมาตรฐานเดียวกันอีกด้วย