เจ้าของร้านคาร์แคร์โร่ขอโทษหลังวิจารณ์ผู้ใช้บริการ

เจ้าของร้านคาร์แคร์โร่ขอโทษหลังวิจารณ์ผู้ใช้บริการ

การพูดถึงหรือทักทายเรื่อง น้ำหนัก และรูปร่างหน้าตา ถ้าไม่สนิทจริง หรือต่อให้สนิทมากแค่ไหน ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ ยิ่งยุคสมัยปัจจุบันที่เปลี่ยนไปแล้วนั้น

ทว่า สาวผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้มีการโพสต์รูปที่แคปเจอร์หน้าจอบนสนทนาระหว่างเธอและเจ้าของร้านคาร์แคร์ที่เธอเข้าไปใช้บริการ มีการติติงเธอเรื่อง รูปร่าง

เรื่องน้ำหนัก เรื่องตัวจริงไม่ตรงปก ก่อนลามไปถึงเรื่องฐานะ ครอบครัว และการศึกษา ทั้งที่เพิ่งรู้จักและใช้บริการกันครั้งแรก เล่นเอาเธอคิดมาก นอนไม่หลับ

และร้องไห้กับเรื่องที่เกิดขึ้น จากการถูกติงของอีกฝ่าย โดยเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2564 หญิงสาวเจ้าของโพสต์ ได้เปิดโพสต์ข้อความว่า การมีไลน์กัน

เนื่องจากการจ่ายค่าบริการเป็นการโอน ทางร้านจึงขอให้แอดไลน์เพื่อส่งสลิปโอนให้ แต่หลังจากนั้นก็ถูกเจ้าของร้านซึ่งเป็นผู้ชาย ทักมาคุยในทำนองต่อว่าต่าง ๆ นานา

เริ่มตั้งแต่การทักเรื่องรูป ที่บอกว่ารูปโปรไฟล์กับตัวจริงนั้นต่างกันถึง 50 กิโลกรัม แม้เธอจะตอบกลับแบบดี บอกว่าอาจเป็นเพราะเธอป่วย อีกฝ่ายก็ยังคงทักเรื่องรูปร่างต่อ

เช่น รูปสวยดีแต่ใช้แอปฯ เยอะ ก่อนแนะนำให้ไปปรึกษาหมอเรื่องแก่ก่อนวัย จากนั้นเริ่มคุยเรื่องฐานะ มีการโอ้อวดว่าตัวเองนั้นรวย ที่บ้านมีรถขับหลายคัน มีเบนซ์ขับ คาร์แคร์มีหลายสาขาทั้งต่างจังหวัดและ กทม.

มีการอวดว่าเรียนจบปริญญาโท ก่อนจะถามไปถึงเรื่องครอบครัว เรื่องสามี เรื่องบุตร และออกแนวสอนทำนองว่า ทำไมไม่เรียนให้จบปริญญาตรี เพื่อที่ในอนาคตบุตรจะเอาไปคุยได้ว่าแม่เรียนจบปริญญา

ทั้งนี้ ระหว่างที่คุยเรื่องอื่น ๆ อยู่นั้น บทสนทนาก็ยังเป็นเรื่องเกี่ยวกับรูปร่าง น้ำหนักแทรกมาเป็นระยะ โดยที่อ้างว่าตัวเองนั้นเป็นคนพูดตรง ๆ อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายก่อนจบบทสนทนา

หญิงสาวเจ้าของโพสต์ได้มีการตอกกลับอีกฝ่าย หลังถูกเชิญชวนให้กลับไปใช้บริการใหม่ แบบนิ่ม ๆ แต่อ่านดูแล้วเจ็บจี๊ดแน่ ๆ โดยเธอกล่าวว่า คงจะไม่กลับไปใช้บริการอีกแล้ว

เพราะทัศนคติของเจ้าของร้านที่แย่ เหยียดคนอื่น โอ้อวด แยกไม่ออกระหว่างคนตรงกับเรื่องมารยาท ซึ่งเธอสงสารอีกฝ่ายมาก เหมือนอีกฝ่ายมีปม ก่อนทิ้งท้ายว่า ชีวิตนี้เธอนั้นไม่เคยด่าหรือว่าใครเลย

อีกฝ่ายเป็นคนแรกที่เธออยากบอกเรื่องความบกพร่อง เพราะคงไม่มีใครเคยบอกให้ฟัง และยินดีที่ไม่อยากรู้จักค่ะ งานนี้ หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป เจ้าของร้านคาร์แคร์ที่ถูกกล่าวถึง

ก็ถูกตำหนิจากชาวโซเชียลจำนวนมาก ซึ่งก็มีการเปิดวาร์ปเฟซบุ๊กตามมาด้วย ก่อนที่เจ้าตัวจะปิดเฟซบุ๊กหนีไปในเวลาต่อมา และล่าสุด (13 มกราคม 2564) สาวเจ้าของโพสต์ได้มีการเปิดเผยเพิ่มเติมว่า

หลังเรื่องราวกลายเป็นไวรัล ทางเจ้าของร้านคาร์แคร์คู่กรณี ได้มีการทักไลน์มาขอให้ลบโพสต์ พร้อมกล่าวขอโทษ แต่เธอยืนยันว่าจะยังไม่ลบโพสต์ เพราะเรื่องนี้อีกฝ่ายเป็นคนสร้างมาเอง

เธอขอคิดค่าเสียเวลาที่เรื่องนี้ทำให้ต้องนอนไม่หลับ และกินไม่ได้ รวมทิ้งโพสต์นี้ไว้เป็นเวลา 14 วัน แล้วจะลบให้ ก่อนทิ้งท้ายว่า เรื่องนี้เธอถูกอีกฝ่ายว่ายังทนได้เลย เมื่ออีกฝ่ายเป็นผู้ชายก็ต้องทนให้ได้เช่นกัน